ต้มปลาแล้วคาวถือเป็นปัญหาใหญ่ที่หลายคนมักเจอกันบ่อย ๆ และข้อเสียของการต้มปลาคาวมักมาพร้อมกับอรรถรสในการกินอาหารที่ลดน้อยลง ดังนั้นเพื่อให้การต้มปลาครั้งถัดไปไม่มีปัญหาดังกล่าวเราจะพาไปดูเคล็ดลับง่ายแต่ใช้ได้ผลจริง!
เคล็ดลับต้มปลายังไงไม่ให้คาว
สำหรับขั้นตอนการต้มปลาไม่ให้คาวบอกเลยว่าต้องใส่ใจตั้งแต่ขั้นตอนการล้าง ไปจนถึงขั้นตอนการต้ม แต่จะมีรายละเอียดยังไงไปดู
1. ล้างปลาด้วยเกลือ
ปลาเกือบทุกชนิดจะมีเมือกเกาะอยู่ตามลำตัว หากล้างไม่ดีก็จะทำให้กลายเป็นต้นเหตุของการเกิดกลิ่นคาว ก่อนนำปลาไปประกอบอาหารทุกครั้งจึงจำเป็นต้องล้างด้วยเกลือให้สะอาด โดยล้างจนกว่าจะพบว่าผิวของปลาไม่ลื่นหรือไม่มีเมือก
2. ถอดเกล็ดปลาและลำไส้ออกให้หมด
หากไม่ถนัดทำเองแนะนำให้ขอให้ทางร้านที่ซื้อปลามาจัดการให้ เมื่อต้องการทำอาหารจะสามารถนำปลามาทำได้เลยโดยไม่ต้องเสียเวลา ก่อนต้มเพียงแค่ต้องล้างน้ำเท่านั้น
3. ล้างน้ำอีกรอบ
หลังจากถอดเกล็ดและเอาไส้ในออกแล้วอาจยังคงหลงเหลือเศษของกลิ่นหรือไส้บางส่วนอยู่ จึงจำเป็นต้องนำเวลาให้สะอาดอีกรอบก่อนนำมาประกอบอาหาร
4. หากน้ำไม่เดือดห้ามนำปลาลงเด็ดขาด
หลายคนอาจไม่รู้ว่าการต้มปลาไปพร้อมกับต้มน้ำจะทำให้เกิดกลิ่นคาวได้ แต่ไม่เป็นไรแก้ไขใหม่ด้วยการต้มน้ำให้เดือดจัด ๆ (ใส่สมุนไพรดับกลิ่นลงไปแล้ว เช่น ตะไคร้ ใบมะกรูด หอมแดง) แล้วค่อยนำปลาใส่ลงไป และห้ามคนเด็ดขาดแม้ไม่มีผลต่อการเพิ่มความคาวแต่อาจทำให้เนื้อปลาเละจึงจำเป็นต้องระวัง
นำปลาไปทำเมนูอะไรดี
ได้เคล็ดลับการต้มปลาหรือแกงปลาไม่ให้มีกลิ่นคาวกันไปแล้ว มาดูกันดีกว่าว่าปลาแต่ละประเภทเหมาะกับการทำเมนูอะไรบ้าง เพื่อให้นำไปใช้เป็นไอเดีย
- ปลากะพง เหมาะสำหรับการทำเมนูต้มยำ นึ่งมะนาว หรือเมนูที่ใช้เครื่องเทศไม่เยอะ
- ปลาดุกทะเล เหมาะกับการทำผัดเผ็ด ผัดฉ่า หรือเมนูที่ต้องใส่เครื่องเทศเยอะ ๆ เพื่อดับกลิ่นคาว
- ปลาลิ้นหมาหรือปลาที่ไม่ค่อยมีเนื้อ เหมาะสำหรับการทำเมนูทอด เช่น ทอดกระเทียม ฯลฯ เพราะการนำไปทำแกงอาจเจอปัญหาก้างเยอะเกินไปและกินได้ยาก
เห็นไหมว่าวิธีการต้มปลาไม่ให้คาวไม่ยากเลยแค่ต้องให้ความสำคัญกับการล้างและใส่ปลาลงไปในช่วงที่น้ำเดือด ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ทำแกงปลาได้หลากหลายรูปแบบ ยิ่งใส่เครื่องเทศ เช่น ใบมะกรูด ตะไคร้ หอมแดง ยิ่งทำให้แกงอร่อยและดับกลิ่นคาวได้ดียิ่งขึ้น บอกเลยว่าใครยังไม่มีเมนูอาหารต้องจัดแกงปลาสักมื้อรับรองอร่อยถูกใจไร้กลิ่นคาว
